ประวัติศาสตร์จีน (ประวัติศาสตร์จีน)
ประเทศจีนเป็นที่มีความเป็นมายาวนานกว่าห้าพันปีตลอดช่วงเวลาอันยาวนานนี้ได้ก่อเกิดเรื่องราวต่างๆมากมายนับถ้วนหลาย ๆ ไม่เป็นเรื่องก็กลายตำนานเล่าขานในหมู่ชนอันไม่รู้จบทั้งเรื่องราว ของผู้เดียวดายวีรสตรีวีรบุรุษเสียสละกังฉินผู้ใหญ่จอมเจ้าเล่ห์ธรรมราชันย์ผู้เปี่ยมคุณเมตตาทรราชนี่และผู้โหดเหี้ยมอำมหิตคือมนต์เสน่ห์อย่างหนึ่งประวัติศาสตร์ของจีนพัฒนาการความเป็นมาของจีนประวัติศาสตร์สามารถอธิบายคร่าว ๆ โดยแบ่งช่วงออกมาได้เวลาดังนี้ยุคก่อกำเนิดหรือยุคบรรพกาล (? - 2,100 ปีก่อน ค.ศ. ) ดินแดนแถบลุ่มแม่น้ำหวงเหอ (สีเหลือง) มีผู้คนอาศัยอยู่มาตั้งแต่ยุคหินซึ่งผู้คนเหล่านี้ได้ค่อย ๆ มีการพัฒนาจากการ ที่ต่างคนต่างอยู่ยังชีพด้วยการเก็บของป่าล่าสัตว์ก็ค่อย ๆ เข้ามารวมตัวกันเป็นชุมชนทำการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ก่อเกิดเป็นสังคมแบบชนเผ่าขึ้นซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวก็ได้เกิดมีผู้นำคนสำคัญ ๆ ที่ได้มีส่วนสำคัญในการช่วยพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในสังคมขณะนั้นคือซุ่ยเหริน (คนหมี่) ฝูซี (Fuxi) เสินหนง (Shennong) ซึ่งสามคนนี้ได้รับการยกย่องเป็น "ซันหวง" (กษัตริย์) หรือสามกษัตริย์ตราบจนเมื่อประมาณ 4,600 ปีก่อน ค.ศ. หวงตี้ (จักรพรรดิเหลือง) หรือจักรพรรดิเหลืองสามารถกำราบชนเผ่าทั้งหลายในแถบลุ่มน้ำหวงเหอได้สำเร็จอันเป็นที่มาของชนชาติ "หวาเซี่ ย "(จีน) หรือชนชาติจีนกาลต่อมาก็ได้มีผู้นำที่มีความสามารถเช่นจวนซวี (Zhuanxu) ตี้คู่ (Ku) เหยา (ยาว) ซุ่น (ชุน) บุคคลทั้งสี่นี้เมื่อรวมกับหวงตี้ ( จักรพรรดิเหลือง) จึงกลายเป็นกลุ่มคนที่ถูกเรียกว่า "หวู่ตี้" (ห้าจักรพรรดิ) หรือห้าจักรพรรดิจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่จีนแบบทำให้สังคมบุพกาลสิ้นสุดคือหัวเรื่อง: การที่ลงต้าอวี่ (Yu) สามารถแก้ไขปัญหาอุทกภัย ในแถบลุ่มแม่น้ำหวงเหอซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญที่คุกคามชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในบริเวณนั้นมาอย่างยาวนานได้สำเร็จดังนั้นพระเจ้าซุ่นจึงได้สละบัลลังก์ของตนมอบให้แก่ต้าอวี่ต้าอวี่ปกครองประชาชนด้วย ความร่มเย็นเป็นสุขจนเมื่อตนเองแก่ชราจึงคิดจะยกราชสมบัติให้แก่อี้ (ผลประโยชน์) ตามประเพณีดั้งเดิมที่จะยกบัลลังก์ให้แก่ผู้มีความสามารถแต่ทว่าด้วยแรงหนุนจากบรรดาหัวหน้าเผ่าต่างๆที่อยู่ภายใต้การปกครองของต้า อวี่ทำให้ฉี่ (ไก่) โอรสของอวี่ต้าสืบทอดบัลลังก์ต่อได้จากเนชั่บิดาเหตุการณ์นี้เป็นจุดสิ้นสุดถือของยุคบรรพกาลประวัติศาสตร์จีนได้เข้าสู่ยุคแห่งรัฐระบอบทาสนับ แต่นั้นยุคทาส(2100-1028 ปีก่อนค . ศ.) ในจีนได้เริ่มยุคนี้มีการสถาปนาระบอบปกครองแบบการมีการราชวงศ์สืบสันตติวงศ์ทางสายเลือดแทนระบบโดยการตำแหน่งการสืบทอดสามารถเริ่มคัดเลือกจากความมีขึ้นชนชั้นทาสเกิดฉี่โอรสเนื่องจากเมื่ออของขึ้นวี่ ครองราชย์ได้มีชนเผ่าบางเผ่าไม่ยอมรับอำนาจของเขาฉี่จึงยกทัพไปปราบและกวาดต้อนเชลยศึกเหล่านั้นให้มาทำหน้าที่รับใช้ฝ่ายตนซึ่งเป็นผู้ชนะสงครามจึงได้เกิดมีชนชั้นทาสกับนายทาสขึ้นนับ แต่นั้น ยุคประกอบในนี้จะไปด้วยสองราชวงศ์คือราชวงศ์เซี่ขณะนี้กับชางยยราชวงศ์เซี่ (เซี่ย 2100-1600 ปีก่อน ค.ศ. ) ราชวงศ์นี้สถาปนาฉี่โอรสโดยอของต้าวี่กษัตริย์องค์สุดท้ายคือเจี๋ย ( Jie) รวมทั้งหมดมีกษัตริย์ปกครอง 17 พระองค์ (รวมต้าอวี่) ราชวงศ์ชาง (Shang 1600-1028 ปีก่อน ค.ศ. ) ราชวงศ์นี้สถาปนาโดยชางทัง (ชาง) ซึ่งได้ฉวยโอกาสนำกำลังลุกฮือขึ้น โค่นล้มการปกครองของพระเจ้าเจี๋ยแห่งราชวงศ์เซี่ยกษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์นี้คือโจ้ว (โจว) ราชวงศ์นี้มีกษัตริย์ปกครองทั้งสิ้น 30 พระองค์ยุคนี้การทำเครื่องสัมฤทธิ์มีความเจริญรุ่งเรืองที่สุดทั้งยังเป็นยุคที่อักษรกระดอง เต่า (Oracle) ขึ้นมาถือกำเนิดด้วยยุคศักดินา(1,027 ปีก่อน ค.ศ. - ค.ศ. 1912) เมื่อโจวหหวู่วาง (พระเจ้าโจวอู่) นำกำลังเข้าโค่นล้มการปกครองของพระเจ้าโจ้วหวางแห่ง ราชวงศ์ชางแล้วก็ได้สถาปนาราชวงศ์โจว (โจว) ขึ้นและได้ปูนบำเหน็จความดีความชอบให้แก่บรรดาเชื้อพระวงศ์ขุนศึกหัวหน้าเผ่าที่ร่วมมือกับตนในการโค่นล้มราชวงศ์ชางด้วยการแต่งตั้งให้บรรดาคนเหล่านั้นเป็น "จูโหว" (เจ้าชาย) หรือเจ้าครองแคว้นแล้วมอบที่ดินให้กับพวกเขาในขนาดที่แตกต่างกันตาม แต่ระดับความดีความชอบที่ได้กระทำไว้ให้คนเหล่านั้นมีอำนาจเต็มที่ในพื้นที่ที่ได้รับพระราชทานจาก "โอรส สวรรค์ "(จักรพรรดิ) กษัตริย์แห่งหรือราชวงศ์โจวและที่นี่เป็นมาของยุคศักดินาจึงอันยาวนานในยุคนี้ประกอบประวัติศาสตร์จีนในต่าง ๆ ไปด้วยดังนี้ราชวงศ์ราชวงศ์โจว(โจว 1027-256 ปีก่อน ค.ศ. ) ราชวงศ์โจวเป็นที่มีอายุยืนยาวราชวงศ์ประวัติศาสตร์นานที่สุดในจีนเป็นจุดเริ่มต้นของในประเทศจีนระบอบศักดินาแบ่งราชวงศ์นี้ได้เป็นสองช่วงคือราชวงศ์โจวตะวันตก (โจว 1027-771 ปีก่อน ค.ศ. ) มี เมืองหลวงอยู่ที่เฮ่าจิง (Gao Jing) กับราชวงศ์โจวตะวันออก (Eastern ราชวงศ์โจว 770-256 ปีก่อน ค.ศ. ) มีเมืองหลวงอยู่ที่ลั่วอี้ (Luo Yi) ในยุคราชวงศ์โจวตะวันออกแบ่งย่อยได้เป็นสองยุค คือชุนชิว (ฤดูใบไม้ผลิ) กับจ้านกั๋ว (รบสหรัฐฯ) ซึ่งเป็นยุคแห่งการสู้รบแย่งชิงดินแดนกันของบรรดาจูโหวหรือเจ้าครองแคว้นทั้งหลายเป็นยุคที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งวุ่นวายที่สุดยุคหนึ่งในประวัติศาสตร์ จีน แต่ขณะเดียวกันในยุคนี้ก็มีความเจริญรุ่งเรืองในด้านศิลปวิทยาการต่าง ๆ มากมายโดยเฉพาะในด้านปรัชญาความคิดจนเป็นยุคที่ถูกเรียกว่ายุคปราชญ์ร้อยสำนัก (ปรัชญา) ปราชญ์คนสำคัญของจีนที่มี ชีวิตอยู่ในยุคนี้เช่นขงจื่อ (ขงจื้อ) เหลาจื่อ (ฉัน) จวงจื่อ (Zi) ซุนวูหรือซุนจื่อ (หลานชาย) ม่อจื่อ (Mo) เมิ่งจื่อ (Mencius) ส วินจื่อ (Zi) หานเฟยจื่อ (Hanfeizi) เป็นต้นและยุคนี้เป็นยุคต้นกำเนิดของปรัชญาสำคัญที่กลายเป็นเสาหลักทางความคิดของอารยธรรรมจีนในกาลต่อมานั่นคือปรัชญาขงจื่ อ (ขงจื้อ) กับปรัชญาเต๋า (เต๋า) ราชวงศ์ฉิน (ราชวงศ์ฉิน 221-207 ปีก่อน ค.ศ. ) หลังจากที่ฉินวางเจิ้หง (Wangzheng) เจ้าแคว้นฉินสามารถสยบบรรดาแว่นแคว้นทั้งหลายยุติความขัดแย้งแตกแยกใน ช่วงยุคจ้านกั๋วรวมแผ่นดินจีนเป็นหนึ่งเดียวได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของจีนแล้วก็ได้สถาปนาราชวงศ์ฉิน (Qin) เป็นรัฐระบอบรวมศูนย์อำนาจขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์จีนทั้งยังสถาปนาตำแหน่งผู้ปกครองสูงสุด ที่เรียกว่า "ฮ่องเต้" หรือจักรพรรดิ (จักรพรรดิ) ซึ่งได้ถูกใช้เรื่อยมาจนสิ้นยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์โดยที่พระองค์ได้สถาปนาตนเป็นฉินสื่อหวงตี้ห
การแปล กรุณารอสักครู่..
